
ปีที่ 58 ฉบับที่ 17947 วันจันทร์ ที่ 12 มีนาคม 2550
![]()
'ควีนเอลิซาเบธที่สอง' ราชินีหัวใจสีเขียว!! [11 มี.ค. 50 - 00:41]
ทุกครั้งที่มีการพูดถึงพระบรมวงศานุวงศ์ยุโรป ที่ทรงใส่ใจเรื่องการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม
พวกเรามักจะนึกถึง เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารอังกฤษ
เพราะทรงรณรงค์เรื่องนี้อย่างจริงจังมาต่อเนื่องหลายปี โดยมีรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมโลกจากสถาบันต่างๆเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็น เจ้าชายหัวใจสีเขียว อย่างไรก็ดี
มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่า แท้จริงแล้ว สมเด็จพระบรมราชินีเอลิซาเบธที่สองแห่งอังกฤษ ต่างหาก ที่ทรงเป็นผู้ริเริ่มวางรากฐานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาแต่ไหนแต่ไร โดยทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบ อย่างตามมาตรฐานของ เดอะ กรีน ควีน ทุกกระเบียดนิ้ว!! ควีนเอลิซาเบธที่สองแห่งอังกฤษ
ทรงสนพระทัยในเรื่องสิ่งแวดล้อม มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และก่อนที่ผู้นำทั่วโลกจะลุกขึ้นถกเครียดเรื่องวิกฤติโลกร้อนด้วยซ้ำ!! เพียงแต่รูปแบบของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพิทักษ์โลกของพระองค์ ที่ได้รับการปลูกฝังอย่างเข้มข้นจากพระราชชนนี
ควีนมัม นั้น เริ่มต้นขึ้นจากสิ่งใกล้ๆตัวในชีวิตประจำวัน
โดยแสดงออกมาในแนวทางของ ความมัธยัสถ์ ประหยัดน้ำประหยัดไฟ เซฟทุกอย่างที่ขวางหน้า รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น มากกว่าจะตั้งโจทย์ใหญ่ห่วงใยชั้นบรรยากาศโอโซน
จะถูกทำลายแบบนักวิชาการด้านสิ่ง แวดล้อมเย้วๆกันประจำ!!
ตั้งแต่ยังพระเยาว์
เจ้าหญิงเอลิซาเบธ
ทรงได้รับการปลูกฝังพระนิสัย
ประหยัด มาอย่างต่อเนื่อง
โดยทรงถือคติใหญ่ว่า ห้ามทิ้ง...ห้ามเรียกร้องเอาโน่นเอานี่!! เมื่อเจริญพระชนม์ย่างเข้าสู่ วัยรุ่น ยังทรงได้เรียนรู้ถึงความจำเป็นในการใช้ชีวิตอย่างมัธยัสถ์จริงๆด้วยพระองค์เอง เพราะต้องเผชิญกับความยากเข็ญในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง จนเป็นธรรมเนียมที่รู้กันในหมู่ข้าราชบริพารสมัยนั้นว่า พระองค์โปรดจะรีไซเคิลของทุกอย่างที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง และไม่โปรดใครที่ทำตัวสุรุ่ยสุร่าย!!
แม้ภายหลังจะทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นองค์พระประมุขแห่ง
เครือจักรภพอังกฤษ และเสด็จฯไปประทับอยู่ในพระราชวังบั๊กกิ้งแฮมอันหรูหรา มีข้าราชบริพารเป็นร้อยๆคอยล้อมหน้าล้อมหลังถวายการรับใช้
แต่ เดอะ กรีน ควีน ก็ไม่ทรงเคยเปลี่ยนพระนิสัยจากเดิมแม้ แต่น้อย แถมนับวันจะยิ่งประหยัดๆๆ และประหยัดเข้มข้นจริงจังขึ้นกว่าเก่ามาก!!
จนกลายเป็นกิตติศัพท์ที่เลื่องลือและเล่าขานกันไปทั่ว!!
ว่ากันว่าทุกครั้งที่ประทับอยู่ในพระราชวัง สิ่งหนึ่งที่ สมเด็จพระบรมราชินีเอลิซาเบธที่สอง มักจะทรงทำเสมอๆจนเป็นที่ชินตาก็คือ โปรดที่จะเดินตรวจตราไปทั่วทั้งวัง
เพื่อปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็นต้องใช้ และจะไม่โปรดให้นางสนอง
พระโอษฐ์เปิดอีสเตอร์ภายในพระราชวังแรงเกินไป เพราะเปลืองไฟ!! หากพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์ใดบ่นว่าหนาว ก็จะรับสั่งให้หาฉลองพระองค์สวมใส่ให้หนาขึ้นแทน!!
นอกจากนี้
องค์พระประมุขแห่งอังกฤษยังทรงวางพระองค์เป็น ต้นแบบด้านความประหยัดอย่างเอาจริงเอาจัง!! โดยจะทรงรีไซเคิลนำซองจดหมายเก่ากลับมาใช้ใหม่ทุกครั้ง, ไม่โปรดให้เปลี่ยนไส้ ตะเกียงใหม่
หากของเดิมยังไม่หมดจริงๆ, ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้นำเศษหญ้า และกิ่งไม้ทั้งหมด
ที่ตัดจากสวนภายในพระราชวังบั๊กกิ้งแฮม, พระราชวังเซนต์เจมส์ และพระราชวังเคนซิงตัน กลับมารีไซเคิลใช้
ประโยชน์ใหม่, ทรงมีบัญชาให้รีไซเคิลต้นคริสต์มาสทุกต้นที่ประดับ
อยู่ในพระราชวังทุกแห่ง, พระตำหนักทุกหลัง
บ้านพักเหล่าข้าราชบริพารทั้งหมดในกรุงลอนดอน แม้แต่รถยนต์พระที่นั่งทั้ง 3 คันคือ
โรลสรอยซ์, แดมเลอร์ ลีมูซีน และโรเวอร์ 400 ก็ทรงให้เปลี่ยนจากใช้น้ำมันเป็น แอลพีจี ทุกคัน เพราะประหยัดพลังงานและเป็น มิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า!! ขณะที่พระสวามีของพระองค์ เจ้าชาย ฟิลิป หันมาใช้รถเมโทรแค็บ
(หน้าตาแบบเดียวกับรถแท็กซี่ของลอนดอน)
ซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังงานแอลพีจี เพื่อเสด็จไปปฏิบัติพระกรณียกิจยังสถานที่ต่างๆทั่วกรุงลอนดอน
ตั้งแต่ปี 1998 จนถึงปัจจุบัน
มาตรการประหยัดเพื่ออนาคตของควีนอังกฤษยังลุกลามไปถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆด้วย โดยทุกครั้งที่เสด็จฯแปรพระราชฐานฤดูร้อน
ไปยังพระราชวังบัลมอรัล ในสกอตแลนด์ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์
พระองค์อื่นๆ จะทรงกำชับให้ข้าราชบริพารใกล้ชิดตรวจเช็กไวน์ที่เหลือ
อยู่อย่างละเอียดทุกขวด ไม่ว่าจะเหลือมากเหลือน้อย
แค่ครึ่งขวดหรือ ก้นขวด ก็ทรงปรารถนาให้นำกลับมาด้วยเพื่อไว้เสวยในคราวหน้า!!
ด้านของพระสวามี เจ้าชายฟิลิป เอง ก็ทรงพยายามช่วยลดค่าใช้จ่ายด้วยอีกทาง โดยทรงเป็นผู้ริเริ่มให้สร้างฟาร์มเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่อย่างจริงจัง ภายในบริเวณพระราชวังแซนดริงแฮม
รวมทั้งสนับสนุนให้ปลูกพืชผักผลไม้ออร์แกนิก อย่างแอปเปิ้ล, แบล็คเคอร์แรนต์
และเห็ดสายพันธุ์ต่างๆ ไว้ใช้เสวยภายในรั้วในวัง
ด้วยความเอาใจใส่อย่างจริงจังของควีนเอลิซาเบธที่สอง
ในช่วง ไม่กี่ปีมานี้ จึงมีการปฏิวัติการใช้พลังงานภายในพระราชวัง และพระตำหนักต่างๆของราชวงศ์อังกฤษขนานใหญ่
เพื่อรับประกันว่า การบริหารจัดการทุกอย่างจะดำเนินไปบนพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเซฟอีเนอจี้ได้มากถึงมากที่สุด!!

คณะกรรมาธิการประหยัดพลังงานของบั๊กกิ้งแฮม ได้ถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2001 เพื่อทำ หน้าที่สอดส่องดูแล
หาหนทางในการลดการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลืองทุกวิถีทาง!! มีการริเริ่มนำเครื่องปั๊มน้ำใต้ดินมาใช้เพื่อประหยัดน้ำ
และปกป้องสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน
ยังได้ริเริ่มแผนการสร้างโรงผลิตกระแสไฟฟ้าจากกังหันน้ำพลังไฮดรอลิก เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าอย่างสิ้น
เปลืองภายในพระราชวังต่างๆ โดยที่ พระราชวังบัลมอรัล เริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าจากกังหันน้ำไฮดรอลิกได้เองตั้งแต่ปี 2005 และมีกำลังผลิตเพียงพอสำหรับรองรับความต้องการไฟฟ้าของทั้งพระราชวัง รวมถึงบ้านเรือนเกือบพันหลังในบริเวณใกล้เคียง
ส่วนที่ พระราชวังวินด์เซอร์ กำลังอยู่ระหว่าง การก่อสร้างโรงผลิตกระแส
ไฟฟ้าจากกังหันน้ำพลังไฮดรอลิก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเทมส์ ด้วยงบ ประมาณถึง 1 ล้านปอนด์
คาดว่าเมื่อแล้วเสร็จจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ราว
200 กิโลวัตต์ ป้อนกระแสไฟฟ้าให้พระราชวังวินด์เซอร์ได้ถึง 1 ใน 3 ของความต้องการ

สำหรับ พระราชวังบั๊กกิ้งแฮม นั้น
ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ สำคัญที่จะต้องตรวจสอบการบริหารจัดการด้านพลังงานอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นที่ประทับอย่างเป็นทางการในกรุงลอนดอนของควีนเอลิซาเบธที่สอง และมีข้าราชบริพารประจำอยู่ไม่น้อยกว่า 600 คน ตลอดทั้งปียังมีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับแขกเหรื่อ และเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมเป็นระยะๆ
เพราะเหตุนี้เอง ทุกๆ 5 ปี จึงต้องมีการเปิดประชุมใหญ่ในหมู่คณะกรรมาธิการฯ เพื่อประเมินถึงสถานการณ์ด้านพลังงานของบั๊กกิ้งแฮม โดยทั่วทั้งพระราชวังได้มีการนำคอมพิวเตอร์ มาใช้เพื่อควบคุมระบบไฟฟ้าและระดับอุณหภูมิภายในวัง
เมื่อช่วงไม่กี่ปีมานี้ ทางบั๊กกิ้งแฮมยังได้ริเริ่มแผนการรีไซเคิลคอมพิวเตอร์อย่างจริงจังด้วย โดยปัจจุบันมีการนำเครื่องคอมพิวเตอร์ พีซี 250 เครื่อง, จอคอมพิวเตอร์ 200 เครื่อง และเครื่องพรินเตอร์
65 เครื่อง บริจาคให้ประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคต่างๆได้ใช้ ประโยชน์ต่อไป
นี่คืออีกด้านของสมเด็จพระบรมราชินีเอลิซาเบธที่สองแห่งอังกฤษ ในฐานะ เดอะ กรีน ควีน...ราชินีหัวใจสีเขียว ผู้ทรงห่วงใยและใส่ใจสิ่งแวดล้อมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร!!

ทีมข่าวหน้าสตรี
แหล่งที่มาของข่าว
ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ออนไลน์